มาสก์หน้าข้ามคืนดีอย่างไร ?
• การบำรุงผิวยามค่ำคืนเป็นช่วงเวลาทองที่สุดของวันในการฟื้นฟูผิว เพราะขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะดูดซับออกซิเจนได้เต็มที่ และส่งผ่านไปตามกระแสเลือดพร้อมสารอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟู เช่นเดียวกับผิว หากได้รับการพักผ่อนและฟื้นฟู ก็จะทำให้ร่างกายและผิวสดใส เปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา
• เนื้อสัมผัสของมาสก์นั้นเบากว่าครีม ทำให้ทาแล้วรู้สึกสบายผิว ไม่ก่อให้เกิดอาการผิวอุดตันหรือสิว ทั้งยังไม่จำเป็นต้องนั่งนอนรอเอามาสก์ออก เพราะสามารถหลับไปพร้อมกับทามาสก์ทิ้งไว้บนใบหน้า ตื่นมาก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสผิวสวยเด้งได้เลยอีกด้วย
การดูแลผิวยามค่ำคืนด้วยการมาสก์หน้าค้างคืน (Overnight Mask หรือ Sleeping Mask) กลายเป็นอีกขั้นตอนความงามสำคัญในกิจวัตรความงามประจำวันของสาวยุคใหม่จำนวนไม่น้อย

ทั้งนี้ เราเชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังคงสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ความงามนี้คืออะไร และดีต่อผิวอย่างไรกันแน่ เราจึงหาคำตอบมาฝาก

เกิดจากอะไร
นับวันชีวิตอันเร่งรีบ เต็มไปด้วยความเครียดจะส่งผลเสียต่อสุขภาพและความงามของสาวเมืองยุคดิจิทัลขึ้นทุกที ไม่ว่าจะปัจจัยอย่างการจราจรคับคั่ง มลพิษฝุ่นควัน ยังไม่นับการขาดการพักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารไม่ครบสารอาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้ผิวของเราแห้ง ไม่สดใส และร่วงโรยก่อนวัยได้ แม้เราจะมีวินัยบำรุงผิวเป็นประจำ ตั้งแต่ล้างหน้า ทาเซรั่ม จนถึงทาครีมแล้วก็ตาม นี่แหละจึงเกิดนวัตกรรมการมาสก์แบบใช้ข้ามคืนขึ้นมา จนกลายเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยดูแลผิว ส่วนเพราะอะไรนั้น เราลองมาดูกัน

ดีงามอย่างไร
ประการแรก ด้วยคุณสมบัติของเนื้อสัมผัสที่เบากว่าครีมทำให้ทาแล้วสบายผิว ไม่ทำให้เกิดอาการผิวอุดตันหรือสิวอย่างที่กลัวกัน สอง เราไม่จำเป็นต้องนั่งนอนรอเอามาสก์ออก เพราะเมื่อทาแล้วสามารถหลับไปพร้อมกับทามาสก์ทิ้งไว้บนใบหน้า ตื่นมาจึงล้างออก แถมยังรู้สึกได้ถึงสัมผัสผิวสวยเด้งได้เลย และเพราะความสะดวกสบายเช่นนี้ทำให้มาสก์ข้ามคืนขึ้นแท่นไอเท็มขายดีในตลาดความงามเอเชีย แถมคนยุคใหม่ไม่น้อยก็ต่างติดใจและต้องมีมาสก์ข้ามคืนติดตู้ความงามประจำบ้านไว้

ต่างจากมอยเจอไรเซอร์หรือไนต์ครีมอย่างไร
ดร.ดอริส เดย์ แพทย์ผิวหนังจากนิวยอร์ก ให้ความเห็นว่า ไนต์ครีมจะซึมซาบเข้าบำรุงภายในผิว ส่วนโอเวอร์ไนต์มาสก์นั้นจะเคลือบผิวอยู่บางๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้ง 2 แบบ สามารถทำงานประสานกันได้ดี เพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผิว เพราะในตอนกลางคืนระหว่างนอนหลับ ยิ่งอยู่ในห้องปรับอากาศด้วยแล้ว ร่างกายและผิวเราจะสูญเสียความชุ่มชื่นไปได้ง่าย การทามาสก์ทับไนต์ครีมจึงเหมือนช่วยเก็บล็อกความชุ่มชื่นในผิวอีกชั้น และยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ลงไปก่อนนั้นทำงานกับผิวได้ดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้การบำรุงผิวยามค่ำคืนยังเป็นช่วงเวลาทองที่สุดของวัน “ตามนาฬิกาชีวิตของคนเรา ยามค่ำคืนถือเป็นช่วงเวลาทองอันเป็นการฟื้นฟูผิว เมื่อเรานอนหลับ ร่างกายจะดูดซับออกซิเจนได้เต็มที่ขึ้น ส่งผ่านไปตามกระแสเลือดพร้อมสารอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟู เช่นเดียวกับผิว หากได้รับการพักผ่อนและฟื้นฟูก็จะทำให้ร่างกายและผิวสดใส เปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาเช่นเดียวกัน”

เรียกง่ายๆ ว่าการทำงานของมาสก์นั้นออกแบบมาเพื่อให้เนื้อมาสก์ซึมซาบเข้าไปทำงานในผิวได้ลึกขึ้นนั้น ก็สอดคล้องไปกับระบบการฟื้นฟูผิวยามค่ำคืนของร่างกาย นั่นเอง อันเป็นเหตุให้หลายคนประทับใจกับผลลัพธ์ที่สัมผัสได้ในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะหนุ่มสาวกลุ่มที่ไม่มีเวลาไปนวดหน้า เข้าสปา ไปจนถึงคนที่พักผ่อนน้อย ผิวอ่อนล้า ขาดความมีชีวิตชีวา ก็สามารถใช้มาสก์แนวนี้บูสต์พลังผิวได้ทุกวัน เพราะดีไซน์มาเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

ใช้อย่างไร
มาถึงตรงนี้ ใครที่เริ่มจะเปลี่ยนใจหันมาลองใช้มาสก์ข้ามคืนดูบ้าง ก็สามารถจดจำวิธีใช้เบื้องต้นต่อไปนี้ โดยช่วงกลางคืนทาเลเยอร์ทับสกินแคร์ตามปกติที่ใช้อยู่ได้เลย โดยทาไปบนใบหน้า ลำคอ และเนินอกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้บ่อยตามต้องการ หรือในบางกรณีอย่างคนผิวมัน ไม่ชอบเหนอะหนะ จะใช้มาสก์ข้ามคืนแทนไนต์ครีมก็ยังได้ และถ้าหากอยากบูสต์ประสิทธิภาพของมาสก์ให้บำรุงผิวได้ดีขึ้น

วันนี้ Klaire’ Thailand แนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ต่อไปนี้ ให้ลองทำตาม แล้วจะรู้ว่าตื่นมาพร้อมผิวสวยสดใสนั้นมันดีต่อใจเหลือเกิน ดังนี้

1. Prep เตรียมผิวให้พร้อมก่อนบำรุง มั่นใจว่าผิวชุ่มชื่นพอ แนะนำให้ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงกลางคืน แล้วค่อยทามาสก์

2. Warm เพื่อกระตุ้นให้มาสก์ซึมซาบเข้าสู่ผิวและบำรุงยาวนานตลอดคืน แนะนำให้ใช้สเตป วอร์ม-นวด-เด้ง โดยเริ่มจากวอร์มเนื้อมาสก์ให้กระจายเล็กน้อยที่ฝ่ามือ แล้วทามาสก์ที่วอร์มแล้วโดยนวดเบาๆ ทั่วผิวหน้า และเน้นการทาโดยลูบวนจากด้านล่างใบหน้าขึ้นไปด้านบน

3. Mix ในคนที่ผิวหน้าแห้งมาก หรือขาดการดูแลบำรุงผิวมานาน แนะนำให้ใช้ออยล์บำรุงควบคู่กันไป โดยหยดออยล์ 1-2 หยดผสมลงในไนต์ครีม แล้วค่อยทามาสก์ตามจะช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีขึ้น